ค้นหาบล็อกนี้

วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

วิธีการบล็อคบิททอร์เร้นท์ ด้วย Linksys WRT54GL + Tomato 1.20 - (Bandwidth Limit)

การบล็อคบิททอร์เร้นท์ ด้วย Linksys WRT54GL + Tomato 1.20

ถ้าพูดกันตามความจริงแล้ว การใช้งาน BitTorrent ไม่ได้เป็นเรื่องที่เสียหาย คอขาดบาดตาย ที่ผู้ดูแลระบบจะต้องปิดแบบ 100% ตลอดเวลา เพราะในทางกลับกันการใช้งาน BitTorrent ถือว่าเป็นวิธีการแชร์ไฟล์ที่มีประสิทธิภาพสูง เพียงแต่ว่าถ้าเราสามารถควบคุมให้ BitTorrent ทำงานแบบไม่รบกวนผู้ใช้งานท่านอื่น ผมคิดว่าก็น่าจะเป็นวิธีการที่ดีในการแชร์ใช้งานอินเทอร์เน็ตร่วมกัน ทั้งหอพัก สำนักงาน โรงเรียน ฯลฯ 

ดังนั้นบทความต่อไปนี้จะเป็นวิธีการจำกัดการใช้งาน BitTorrent ด้วยอุปกรณ์ Linksys WRT54GL + Tomato 1.20 ให้อยู่ในปริมาณที่พอเหมาะ ซึ่งทำให้การใช้งาน BitTorrent สามารถใช้งานควบคู่ไปกับผู้ใช้ท่านอื่นอย่างมีความสุข และกำหนดการใช้งานอีเมล์ (SMTP, POP3) ให้มีความสำคัญที่สูงที่สุด โดยที่ผู้ดูแลระบบไม่ต้องไปจำกัดสิทธิ์ในการใช้งาน BitTorrent



ขั้นตอนที่ 1 


เรื่มต้นด้วยการนำเอา Linksys WRT54GL Wireless-G Broadband Router อุปกรณ์สารพัดประโยชน์ มาทำการอัพเกรดเฟิร์มแวร์ Tomato 1.20 โดยวิธีการอัพเกรดเฟิร์มแวร์ สามารถค้นหาได้จากบทความ (วิธีการอัพเกรดเฟิร์มแวร์ Linksys WRT54GL ด้วย Tomato 1.20)

เมื่อ Upgrade firmware เป็นที่เรียบร้อยแล้ว 
  • จากนั้นไปที่เมนู QoS > Basic Settings จากนั้นเช็คที่ ‘Enable QoS‘
  • กำหนด ‘Max Bandwidth’ ที่ใช้เราใช้ในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ตัวอย่าง เป็นการกำหนดความเร็ว 2 Mbps (2048 Kbps) คุณสามารถกำหนดโดยการนำเอา 1024 x จำนวน Mbps เช่น 3 Mbps = 3 x 1024 = 3,072 Kbps
  • กำหนด ‘Highest’ คือ ความเร็วที่คุณต้องการให้ใช้งานได้สูงสุด ลำดับที่ 1
  • กำหนด ‘High’, ‘Medium’, ‘Low’ คือ ความเร็วที่คุณต้องการให้ใช้งานลำดับที่ 2, 3, 4
  • กำหนด ‘Lowest’ คือ ความเร็วที่คุณต้องการให้ใช้งานกับ ‘BitTorrent’ ลำดับที่ 5 (กำหนดตามต้องการ)
  • สำหรับ ‘Class A-D’ นั้นกำหนดไว้ที่ 1% เพราะเรายังไม่จำเป็นที่จะต้องทำ Class ที่ละเอียดมากขนาดนั้น
  • จากนั้นกดบันทึก ‘Save Settings’





















ขั้นตอนที่ 2 

ไปที่เมนู QoS > Classification จากนั้น กดไปที่ ‘WWW’


















ขั้นตอนที่ 3

 พิมพ์ที่ช่อง ‘Description’ = ‘WWW, SMTP, POP3’ จากนั้น กำหนดพอร์ท ‘80, 443, 25, 110’ จากนั้นกดปุ่ม ‘OK’


















ขั้นตอนที่ 4 

กดไปที่‘Bulk Traffic’ ข้อนี้เราไม่ต้องทำอะไร เพียงแต่ผมจะชี้ให้เห็นว่า ถ้ามีผู้ใช้งานที่ใช้ Bittorrent เกิดขึ้นในระบบเครือข่าย Tomato 1.20 จะใช้กฎข้อนี้ในการจำกัดความเร็วของการดาวน์โหดผ่าน Bittorrent โดยจะกำหนดให้เป็น Class Lowest ‘Bulk Traffic’ ซึ่งจะได้ความเร็วในการใช้งานที่เรากำหนดไว้ตามขั้นตอนที่ 1 (แบบ Lowest)


















ในกรณีที่ผู้ใช้งานเปลี่ยน Port ที่ใช้ในการดาวน์โหลด Bittorrent ไปที่ Port 80 นั้น Tomato 1.20 จะตรวจสอบว่าขนาดของไฟล์ที่จะดาวน์โหลดมีขนาดใหญ่กว่า 512 KB หรือไม่ ถ้าพบว่ามีขนาดใหญ่กว่า 512 KB นั้น Tomato 1.20 จะกำหนดผู้ใช้คนนั้นให้อยู่ใน Class Low ‘WWW (512 KB+)’ ซึ่งจะได้ความเร็วในการใช้งานที่เรากำหนดไว้ตามขั้นตอนที่ 1 (แบบ Low)


ขั้นตอนที่ 5

 การกำหนดพารามิเตอร์ในการบล็อค BitTorrent เป็นอันเสร็จเรียบร้อย คุณสามารถทดสอบการทำงานได้ทันที โดยการทดสอบของเราได้ทดสอบกับ BitComet โดยการตั้งพอร์ทที่ใช้ในการทดสอบทั้งพอร์ทปกติของ BitComet และพอร์ท 8080 ผลการทดสอบ สามารถจำกัดการทำงานของ BitTorrent ได้ตามที่กำหนด เท่านี้คุณก็ไม่ต้องปวดหัวกับปัญหา BitTorrent อีกต่อไปครับ 






จบบทความ



วิธีการบล็อคบิททอร์เร้นท์ ด้วยอุปกรณ์ Linksys WRT54GL

การบล็อคบิท

          บิททอร์เร้นท์ (BitTorrent) เป็นโปรโตคอลในการแชร์ข้อมูลแบบเพียร์-ทู-เพียร์ (Peer-To-Peer file sharing communication protocol) หรือ P2P โดยผู้แชร์ข้อมูลต้นทางและปลายทางสามารถแชร์ข้อมูลได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ทำให้การแชร์ข้อมูลด้วย BitTorrent เป็นที่แพร่หลายมากในปัจจุบัน แต่ด้วยรูปแบบการแชร์ข้อมูลด้วย BitTorrent นั้น ค่อนข้างใช้ทรัพยากรของระบบเครือข่ายอย่างไม่มีขีดจำกัด ซึ่งหมายถึงการเข้าครอบครองอินเทอร์เน็ตแบนวิดท์แบบไม่เกรงใจใคร
ดังนั้นทำให้วิธีการแชร์ข้อมูลด้วย BitTorrent จึงรบกวนการใช้งานของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตท่านอื่นอย่างรุนแรง เป็นสาเหตุของความหงุดหงิดที่เกิดขึ้นตามมา ยิ่งในกรณีที่ใช้งาน BitTorrent ในสถานที่ทำงาน ซึ่งจำเป็นที่จะต้องใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อติดต่อสื่อสารในเชิงธุรกิจด้วยแล้ว อาจส่งผลเสียหายกับสำนักงานนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว บทความต่อไปนี้จะเป็นวิธีการบล็อค BitTorrent ด้วยอุปกรณ์ Linksys WRT54GL+ DD-WRT v23 SP2 ซึ่งทำให้การใช้งาน BitTorrent ไม่สามารถมารบกวนใจผู้ดูแลระบบได้อีกต่อไป


ขั้นตอนที่ 1

 เรื่มต้นด้วยการนำเอา Linksys WRT54GL Wireless-G Broadband Router อุปกรณ์สารพัดประโยชน์ มาทำการอัพเกรดเฟิร์มแวร์ DD-WRT v23 SP2 (Final Special Generic) โดยวิธีการอัพเกรดเฟิร์มแวร์ สามารถค้นหาได้จากบทความ (วิธีการอัพเกรดเฟิร์มแวร์ Linksys WRT54GL ด้วย DD-WRT v23 SP2)














ขั้นตอนที่ 2

 ล็อคออนเข้าไปหน้าจอการปรับแต่งพารามิเตอร์ของ WRT54GL (โดยปกติ username:root / password:admin) จะได้หน้าจอคอนโทรลพาเนลดังรูป














ขั้นตอนที่ 3 

เข้าไปที่แท็บ 'Access Restriction' จากนั้นให้กำหนดพารามิเตอร์ดังรูป 
  • Status = 'Enable'
  • Policy Name = 'Block Bittorrent' (ตั้งชื่อตามความต้องการของคุณ)
  • Edit List of PCs = กำหนดเครื่องที่คุณต้องการจะบล็อค BitTorrent โดยสามารถกำหนดได้ 3 แบบคือ MAC Address, ระบุ IP Address เป็นรายเครื่อง และ ระบุ IP Range ของช่วงที่ต้องการบล็อค
  • Blocked Services = เลือก 'bittorent'
เมื่อกำหนดพารามิเตอร์ครบเรียบร้อยแล้วให้กดปุ่ม 'Save Settings' เพื่อบันทึกข้อมูลลง Linksys WRT54GL





























ขั้นตอนที่ 4 

การกำหนดพารามิเตอร์ในการบล็อค BitTorrent เป็นอันเสร็จเรียบร้อย คุณสามารถทดสอบการทำงานได้ทันที โดยการทดสอบของเราได้ทดสอบกับ BitComet โดยการตั้งพอร์ทที่ใช้ในการทดสอบทั้งพอร์ทปกติของ BitComet และพอร์ท 8080 ผลการทดสอบ สามารถบล็อคการทำงานของ BitTorrent ได้ 99% เท่านี้คุณก็ไม่ต้องปวดหัวกับปัญหา BitTorrent อีกต่อไปครับ 


จบบทความ


วิธีการตั้งค่าที่จำเป็นบนอุปกรณ์ Linksys WRT54GL

ขั้นตอนตั้งค่าที่จำเป็นหลังจาก UpFirmware 

ขั้นตอนแรก

1.เข้าเมนูบริหารของ linksys WRT54GL หลังเปลี่ยนเป็น DD-WRT : IP Address : 192.168.1.1 (U: root , P:admin) เข้าไปที่เมนู
Setup -> Basic Setup





ตั้งค่า Time Settings โดยในที่นี้ตั้งให้ตรงกับโซนเวลาของประเทศไทย +7.00 None









2.ตั้งค่า DNS โดยต้องไป สมัคร DNS สำหรับสร้าง HostName 
















สถานะการเชื่อมต่อ WAN -> DNS ทำงาน







3.ตั้งค่ากำลังส่งเพื่อเพิ่มประสิทธิถาพของ Access Point ไปที่เมนู
Wireless -> Basic Settings





































TX Power : ..... dBm -> อ้างอิงเอกสารจาก wikipedia
Antenna Gain : .... dBi -> อัตราขยายของเสาอากาศที่ใช้งาน
Wireless Mode : AP
Wireless Network Mode : Mixed

















4.การใช้งาน VPN แบบ PPTP ไปที่เมนู
Service -> VPN





สามารถทำได้ 2 แบบ 
1. PPTP Sever -> อ้างอิืงเอกสาร
2. PPTP Client -> สามารถ Joint เข้าไปบน PPTP Server ที่ตั้งไว้

































5.ตั้งค่า Forwarding ไปที่เมนู 
NAT/Qos -> Port Forwarding (NAT to one NAT, Port Single Forwarding )




สามารถสร้างได้สูงถึง 50 Port






































6.ตั้งค่าการรีสตาร์ทตัวระบบ เพื่อให้ค่าที่ใช้งาน Error อยู่ถึงเครียไปแล้วระบบกลับมาทำงานได้เร็วขึ้น ไปที่เมนูAdministration -> Keep Alive






Schedule Reboot มี 2 แบบ
1. Interval (In Seconds) : เลือกบูทแบบวินาที
2. At a set Time : เลือกบูท ต่อเวลา ต่อวัน











7.ตรวจสอบสถานะของ Wireless ไปที่เมนู
Status -> Wireless






Wireless Packet Info ตรวจสอบอัตราการ ส่ง - รัับ ว่าเกิดข้อผิดพลาดหรือไม่
Wirelss Node ตรวจสอบการเข้ามาของลูกค่ายจากไร้สาย

















Site Survuy คือโหมดไว้สำหรับค้นหาสัญญาณไร้สายที่อยู่รอบตัว Linksys WRT54GL
Join มีไว้สำหรับใช้งานเป็น Clientโหมดกับไร้สายอื่นที่ต้องการไปเกาะแบบอัตโนมัติ
















Wiviz Survuy คือโหมดแบบ 3D ที่ต้องการหาจุดตัวส่ง-รับ ที่ไกลออกไปได้เป็นแบบ 3มิติ ว่าอยู่จุดตรงไหนบ้าง





































จบบทความ